ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนโลก ให้เริ่มต้นด้วยการเก็บที่นอน

If you wanna change the world, Start off by making your bed.
“ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนโลก ให้เริ่มต้นด้วยการเก็บที่นอน”
กล่าวโดย Admiral William H. McRaven

นายตะขบ ขอนำข้อคิดดีดี จากการกล่าวสุนทรพจน์ของพลเรือเอกวิลเลียม แฮร์รี่ แม็คเรเวน
แปลเป็นภาษาไทยให้เพื่อนๆ ชาวเฟสบุ๊ค และ Facebook Fanpage ได้ติดตามกัน

คำกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในงานวันรับปริญญาของทางมหาวิทยาลัย Texas at Austin ในปี 2014 (ปี2557)
โดยทางมหาวิทยาลัยเอง ได้เชิญท่านมากล่าวให้กำลังใจ และกล่าวต้อนรับเหล่านักศึกษาที่จะจบ
การศึกษาในปีนั้น และถือเป็นเกียรติอย่างสูง ซึ่งตัวท่านเองก็จบการศึกษาจากที่นั่นเช่นเดียวกัน
โดยเนื้อหานั้น ท่านพูดถึงชีวิตและข้อคิดจากการที่ท่านได้เข้าร่วมกับหน่วยซีล (SEAL US Army)
ท่านได้กล่าวไว้อย่างน่าคิด และน่าสนใจว่า

“ไม่ใช่แค่เหล่าทหารเท่านั้นที่จะปลอดภัยจากการตัดสินใจของคนเพียงหนึ่งคน แต่นั่นหมายถึงการที่ลูกหลานของเขาก็ปลอดภัยไปด้วย
ซึ่งลูกหลานของลูกหลานต่อๆไป รุ่นแล้วรุ่นเล่าอีกด้วยที่จะปลอดภัย จากคนแค่คนเดียว จากการตัดสินใจแค่ครั้งเดียว
และการเปลี่ยนแปลงโลกนี้ มันสามารถเกิดขึ้นจากที่ไหนก็ได้ และใครก็สามารถทำได้ทั้งนั้น
แต่คำถามก็คือ โลกจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรหลังจากที่เราเปลี่ยนมันแล้ว? เป็นคำถามที่น่าสนใจจริงจริงครับ
แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านบอกกล่าวนั่นก็คือ ท่านเชื่อเหลือเกินว่าโลกนี้จะดีขึ้นเป็นอย่างมาก!!

ท่านกล่าวเอาไว้ว่า “ทุกเช้าของหน่วยฝึกของซีล (Seal) ครูผู้ฝึกจะเข้ามายังค่ายทหาร และสิ่งแรกที่พวกเขาจะตรวจก็คือเตียงนอน
ถ้าคุณทำมันได้ถูกต้อง มุมของมันจะได้เหลี่ยม และผ้าคลุมเตียงจะตึงเปรี๊ยะ ส่วนหมอนจะอยู่ตรงใต้หัวเตียงพอดี
และผ้าห่มจะถูกพับอย่างเรียบร้อยไว้ใกล้ด้านปลายเตียง เรียกได้ว่ามันเป็นงานง่ายๆ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอะไรที่ธรรมดามาก
แต่ทุกๆวัน สิ่งที่ต้องทำก็คือการจัดเตียงนอนให้ได้อย่าระดับมือโปรเฟสชั่นแนล
ซึ่งฟังดูแล้วออกจะแปลกๆอยู่ซักหน่อย ที่ว่าความจริงแล้วพวกเราน่าจะถูกปลูกฝังมาให้เป็นนักรบอย่างแท้จริงมากว่า
แต่ความเฉียบคมที่ซ่อนอยู่ในการกระทำง่ายๆ นี้ได้ก่อเกิดสิ่งที่เป็นในทุกวันนี้
ถ้าคุณเก็บที่นอนในตอนเช้าทุนวัน นั่นหมายถึงการที่คุณได้ทำงานแรกของวันสำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว
และนั่นนำมาซึ่งความภูมิใจเล็กๆ และทำให้คุณรู้สึกอยากทำงานชิ้นต่อๆไป และต่อไป และต่อไป

การเก็บที่นอนในตอนเช้า ยังเสริมข้อเท็จจริงที่ว่า สิ่งเล็กๆในชีวิตนี่แหละ ถ้าคุณไม่สามารถทำสิ่งเล็กๆน้อยๆให้มันสำเร็จและถูกต้องได้
คุณก็ไม่สามารถที่จะทำอย่างอื่นที่ใหญ่กว่านี้ให้สำเร็จและถูกต้องได้ และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีวันแย่ๆในชีวิต
คุณก็ยังกลับมาบ้าน และพบกับที่นอนที่คุณเก็บไว้อย่างเรียบร้อย และเตียงที่เก็บไว้นั้้น จะให้กำลังใจแก่คุณ ว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าเดิม
ดังนั้นถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ จงเริ่มจากการเก็บที่นอน…”

และตอนนี้ก็มีการพิมพ์หนังสือเรื่อง “Make your Bed: little things that can change your life and maybe the world” ซึ่งประกอบไปด้วย 10บทเรียนที่ท่านได้เรียนรู้จากการเป็นหน่วยซีลและชีวิตทหารของท่าน
ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ท่านได้เล่าเอาไว้อย่างน่าฟังก็คือ “Give people hope” การให้ความหวังกับผู้คน เรื่องเล่าที่พูดถึงความทรมารอย่างหนักในค่ายทหารกับการต้องจ่มอยู่ในโคลนเย็นๆ เป็นเวลานานๆ และในขณะที่ทุกคนดูเหมือนว่าจะทนไม่ไหวแล้ว กลับมีเสียงๆหนึ่ง ร้องเพลงขึ้นมา จากหนึ่งเสียงเป็นสองเสียง เป็นสามเสียง และสุดท้าย ทุกคนต่างก็ร้องเพลง และเสียงเพลงนี้ มันทำให้โคลนเย็นๆ เริ่มอุ่นขึ้น ลมเริ่มเอื่อยลง และแสงอาทิตย์ยามช้าวดูจะไม่ห่างไกลเกินไปนัก และนี่คือพลังแห่งความหวัง พลังแห่งความหวังจากใครซักคน ใครซักคนซึ่งอาจเปลี่ยนโลกนี้ได้ ด้วยการให้ความหวังแก่ผู้คน…

พลเรือเอง วิลเลียม แฮรี่ แมคเรเวน คือผู้หนึ่งที่อยู่ในปฏิบัติการสังหารอุซามะ บินลาดิน ผู้ก่อการร้ายเบื้องหลังเหตุการณ์ 9/11 อันแสนเศร้านั่นเองค่ะ

และยังมีเรื่องเล่าเล็กๆของตัวของท่านเองจากหนึ่งในพี่สาวของท่านที่บอกว่า เมื่อสมัยเด็กๆ ท่านชอบดูหนังสายลับเจมส์ บอนด์ มากๆ และบอกเขาว่า โตขึ้นเขาอาจจะได้เป็น 007 ก็ได้ ซึ่งเธอคิดว่าตอนนี้เขาก็เป็นแบบนั้นแล้ว

กลับมาที่เรื่องการเก็บที่นอนกันต่อค่ะ ว่าตามจริงแล้ว อาจจะมีหลายๆคนที่คิดว่า การเก็บที่นอนเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะเดี๋ยวเราก็กลับมานอนแล้วมันก็เละอีกอยู่ดี ก็ต้องเก็บใหม่อยู่ดี และนี่ก็เป็นหนึ่งในความคิดที่ตัวเองก็เคยคิดแบบนี้มานานเลยล่ะค่ะ จนกระทั่งไปอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งจำไม่ได้แล้ว ได้พูดถึงเรื่องการเก็บที่นอนไว้ว่า มันเป็นเหมือนภาระกิจแรกของวัน และการทำให้ที่นอนของเรามีระเบียบ มันจะช่วยในเรื่องจิตใจของเราเองด้วย
ครั้งแรกๆที่ทำ ก็มักจะทำไปด้วยคำถามในใจที่ว่า “ทำไมต้องทำด้วยเนี่ย” ทุกครั้ง แต่ก็ทำมันทุกวัน จนกระทั่งมันกลายเป็นนิสัย และทุกครั้งที่เห็นเตียงนอนเละๆ มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจ และต้องรีบเก็บที่นอนทุกครั้ง และความรู้สึกเมื่อกลับมาบ้าน การได้ล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆ ที่ถูกจัดไว้แล้วเป็นอย่างดี มันเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ เช่นกันครับ

 

ลองมาฟังดูกันต่อค่ะว่า การเก็บที่นอนมันดียังไง
1 คือมันสร้างนิสัยความมีระเบียบอย่างง่ายๆ ให้กับเรา แค่ใช้เวลาไม่กี่นาที เราก็สามารถเก็บที่นอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และน่านอนได้แล้ว ลองนึกดูว่า ที่นอนนี้ มันได้ให้ความอบอุ่นกับเรามาตลอดทั้งคืน ทำให้เรานอนหลับสบายนานตั้งหลายชั่วโมง ก็แล้วทำไมเราถึงไม่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ดูแลมันบ้างจริงไม๊คะ

2 นิสัยดีเล็กๆน้อยๆนี้ มันสามารถนำเราไปสู่นิสัยดีๆที่มากกว่านี้ได้อีก อย่างที่พลเรือเองแมกเรเวน ได้กล่าวเอาไว้ว่า ความสำเร็จเล็กๆน้อยๆนี่แหละ ที่จะนำเราไปสู่การทำภาระกิจที่ใหญ่กว่าและสำคัญกว่านี้ได้ นั่นก็เพราะการเก็บที่นอนในตอนเช้า จะช่วยให้เรารู้สึกได้ถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพของเรา และเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มห่วงโซ่พฤติกรรมดีๆให้กับคนเราได้

3 มันทำให้เรารู้สึกได้ถึงการเริ่มต้นวันใหม่ วันแห่งความสำเร็จ! นั่นก็เพราะการทำเก็บที่นอนเสร็จ มันเหมือนเป็นการบอกว่า “ฉันทำงานแรกของวันนี้สำเร็จเรียบร้อยแล้วนะ” ลองดูผลงานการเก็บเตียงของคุณค่ะ ถ้ามันสวยงามก็บอกกับตัวเองไปเลย “สุดยอด” แล้วก็ไปอาบน้ำได้

4 ช่วยทำให้อยากจัดห้องให้มันน่าอยู่ยิ่งขึ้น ในห้องนอน ดูเหมือนว่าเตียงนอน ที่นอน จะเป็นอะไรที่สำคัญที่สุดสำหรับห้องๆนั้นแล้ว และการที่เตียงเรามันสะอาดเรียบร้อย และมีระเบียบ มันนำมาซึ่งความรู้สึกอยากจัดเก็บข้าวของต่างๆให้มีระเบียบไปด้วย และการจัดเก็บข้าวของต่างๆให้เป็นระเบียบนี่ล่ะค่ะ ดีมากจริงๆ และเป็นหนึ่งในพื้นฐานของนิสัยแห่งความสำเร็จเลยก็ว่าได้

5 มันช่วยทำให้รู้สึกดีมากขึ้น ห้องนอนที่มีระเบียบจะช่วยทำให้เรารู้สึกเครียดน้อยลงและอารมณ์ดีมากขึ้นได้ ไม่ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยมาจากไหน พอได้กลับมาที่ห้องส่วนตัวของเรา เราจะรู้สึกได้ถึงอาณาจักรของตัวเราเอง ที่นี่แหละคือที่ที่เราเป็นใหญ่ที่สุด เราคือนายของห้องนี้ และเราก็ใช้เวลามากมายในห้องๆนี้ซะด้วย ดังนั้นห้องนอนจึงมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเราได้มาก ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าผู้คนจะมีการจัดแต่งห้องนอนไปต่างๆกัน ตามลักษณะนิสัย แต่อย่างน้อยที่สุด การที่เราเก็บเตียงนอน และมีเตียงที่มีระเบียบมันทำให้รู้สึกดีมากจริงไม๊คะ ลองนึกง่ายๆถึงห้องนอนในโรงแรมหรูๆ ซักที่ ที่เราเคยไปพักดูค่ะว่า เรารู้สึกดีแค่ไหนกับการได้ไปพักในห้องที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบแบบนั้น เห็นแล้วมันอยากล้มตัวลงนอนทันที ก็แล้วทำไมห้องนอนของเราเองแท้ๆ เราถึงไม่ทำให้ตัวเองได้รู้สึกดีแบบนั้นทุกวันกันเล่า

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ และอีกหลายคน ที่ก่อนจะลุกออกจากที่นอน และกลับมาหลังจากทำงานหรือ ไปเรียน แล้วกลับมาถึงห้อง แล้วอยากจะกระโดดตัวลงไปนอนบนเตียงที่แสนจะอบอุ่น และเป็นเพื่อนในยามที่เราท้อ เราเหงา และเราโดดเดี่ยว เฉกเช่นกับเพื่อนสนิทที่อยู่ไปกับเราทั้งคืน!!

ทางเพจ ตะขบ (ความคิด) FB:ตะขบ ขอแปะลิงค์ต้นฉบับเผื่อท่านใดสนใจจะลองศึกษา และนำมาเผยแพร่ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง

https://www.facebook.com/takhobthinking/videos/2161191090617668/